พวงหรีดดอกป็อปปี้

การวางพวงมาลาหรือ พวงหรีดดอกป็อปปี้ นั้นมีประวัติความเป็นมาเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีสงครามโลกครั้งที่ 1 เกี่ยวข้องกับสมรภูมิฟลานเดอร์ส สมรภูมิเบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์ระหว่างสัมพันธมิตรและเยอรมัน ซึ่งมีทหารพันธมิตรและผู้กล้าล้มตายในสมรภูมินี้มากมาย มีจอมพลเอิร์ล ออฟ เฮก เป็นผู้บัญชาการ ซึ่งมีปรากฎการณ์ธรรมชาติน่าอัศจรรย์เกิดขึ้นคือในบริเวณที่เป็นหลุมฝังศพของเหล่าทหารมีดอกป็อปปี้สีแดงบานสะพรั่งอยู่ทั่วทุกพื้นที่ นับตั้งแต่นั้นมาดอกไม้ชนิดนี้จึงกลายเป็นตัวแทนสำหรับการระลึกถึงวีรกรรมของทหารผ่านศึก เพื่อย้ำเตือนการเสียสละพลีชีพของเหล่าทหารในการปกป้องประเทศชาติ

สำหรับประเทศไทยนั้นได้นำธรรมเนียมนี้มาใช้ครั้งแรกโดย ท่านผู้หญิง จงกล กิตติขจร ประธานสโมสรสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ทำการประดิษฐ์ดอกไม้ป็อปปี้ออกมาจำหน่ายเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือทหารผ่านศึกและครอบครัว ที่เสียสละตนเองในการทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ และในทุกวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันทหารผ่านศึก โดยจะมีการจัดกิจกรรมรำลึกถึงเหล่าทหารและวีรชนผู้กล้าที่เสียสละชีพในการปกป้องประเทศชาติที่ลานอนุสาวรีย์ มีทั้งการวางพวงหรีดดอกป็อปปี้และการวางดอกป็อปปี้ของประชาชนเพื่อแสดงความเคารพและเชิดชูเกียรติของผู้สละชีพเหล่านั้น

หน่วยงานของรัฐส่วนใหญ่จะมี การจัดทำพวงหรีด ดอกป็อปปี้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมภูมิเป็นการเคารพและเทิดเกียรติต่อดวงวิญญาณทหารกล้าและเหล่าวีรชนที่มีชื่อจารึกไว้บนอนุสาวรีย์ ท่านเหล่านนั้นยอมเสียสละชีพเพื่อปกป้องประเทศและประชาธิปไตยของชาติไทยเอาไว้ในเหตุการณ์พิพาทระหว่างไทยและฝรั่งเศสในการเรียกร้องดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขงรวมไปถึงสงครามเอเซียบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ 2) ประเทศไทยนั้นเริ่มมีกิจกรรมวันทหารผ่านศึกนี้ตั้งแต่ปี 2511 เป็นต้นมาเพื่อให้ทุกคนในชาติระลึกถึงพระคุณบรรพบุรุษที่ปกป้องประเทศไทยเอาไว้ให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยอย่างสงบสุขในปัจจุบัน

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.