ในประเพณีของชาติตะวันตก การใช้พวงหรีด นั้นนิยมนำเอาช่อดอกไม้ไปประดับประดาตามรอบหีบศพเพื่อความสวยงาม และวางบนหีบศพ หรือโยนลงในหลุมศพก่อนที่จะทำการกลบดิน เพื่อแสดงความรัก แต่ทางด้านคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธรับเอาอารายธรรมตะวันตกหลายอย่างเข้ามาในประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ช่วงยุคล่าอาณานิคม ที่มีความเชื่อว่าเป็นการทำความเคารพทูตสวรรค์ที่จะนำวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตไปหลังจากทำพิธีเสร็จสิ้น ซึ่งชาวไทยได้เห็นถึงการกระทำที่ดีถึงนำมาใช้เปลี่ยนแปลงเพื่อสื่อความในการส่งมอบพวงหรีดให้ใช้ภายในงานแสดงถึงความเสียใจและไว้อาลัยแก่ผู้วายชนม์นั้นเองการใช้พวงหรีด

ปัจจุบันพวงหรีดที่ได้รับความนิยมทำมาจากการตกแต่งประดับด้วยดอกไม้สดหลากหลายชนิดอย่างสวยงาม มีสีสันที่สดใสจากดอกไม้นานาพันธุ์ไม่ว่าจะเป็น เยอบีร่า กล้วยไม้ เบญจมาศ ลิลลี่ กุหลาบ เป็นต้น แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปพวงหรีดดอกไม้สดจะกลายเป็นขยะหลังจากที่พิธีฌาปนกิจเสร็จสิ้นลง ทำให้เล็งเห็นว่าการใช้พวงหรีดดอกไม้สดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์และยังมีราคาที่สูงไม่เหมาะกับเศรษฐกิจในช่วงนี้ จึงได้มีการพัฒนาและออกแบบพวงหรีดมาให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบอย่างเช่น พวงหรีดพัดลม พวงหรีดผ้า (ผ้าห่ม ผ้านวม ผ้าขนหนู ผ้าแพร) พวงหรีดหนังสือ พวงหรีดต้นไม้ (ส่วนใหญ่นิยมเป็นต้นไม้มงคล อย่าง ต้นโมก) พวงหรีดช้อน และพวงหรีดดอกไม้ประดิษฐ์ (ดอกไม้กระดาษ ดอกไม้พลาสติก) เป็นต้น เพื่อนำไปใช้ประโยชน์หลังจากจบพิธีฌาปนกิจซึ่งทางวัดสามารถนำไปใช้ ประโยชน์จากพวงหรีด ต่อไปหรือนำไปบริจาคให้กับสถานที่ที่ต้องการสิ่งของเครื่องใช้อย่างเช่น โรงเรียน โรงพยาบาล สถานสงเคราะห์หรือมูลนิธิต่างๆ เป็นต้น เป็นการทำบุญไปด้วยและยังช่วยลดโลกร้อนได้อีกด้วย

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.